<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอางั้นเลย!&#039;วิษณุ&#039;แจงคกก.ฟื้นฟูการบินไทยไม่ใช่ซุปเปอร์บอร์ด เป็นแค่บอร์ดกระจอก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ กล่าวชี้แจงถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีตนเองเป็นประธานว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่ใช่ซุปเปอร์บอร์ด แต่เป็นบอร์ดที่เชื่อมโยงในฐานะเป็นคนกลางระหว่างรัฐบาลกับบริษัท ซึ่งเดิมไม่ต้องมีตัวกลาง เพราะตอนเป็นรัฐวิสาหกิจก็สามารถติดต่อได้เอง แต่เมื่อเป็นเอกชนแล้วก็เหมือนการการติดต่อระหว่างแอร์เอเชียและเจแปนแอร์ไลน์ที่จำเป็นต้องมีคนกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯกล่าวว่าหากถามว่าทำไมต้องมีคนกลางและทำไมต้องติดต่อคำตอบคือ รัฐวิสาหกิจ 80 กว่าแห่งถือหุ้นกู้ที่อยู่ในนั้นก็จะมีคนเดือดร้อน อีกทั้งตำรวจก็ยังต้องมีการสอบสวนว่าใครผิดใครถูกในเรื่องการขายตั๋วหรือขายอะไรต่อมิอะไร รัฐบาลก็จะไม่มีโอกาสทราบ ขณะเดียวกันก็อาจมีการไปยืดการเข้าสู่กระบวนการแผนฟื้นฟู ซึ่งสุดท้ายก็จะไม่รู้ว่าทำอะไรที่ไหน ข้อสำคัญคือการบินไทยยังสามารถที่จะบริหารองค์กรอยู่ได้ โดยยังต้องใช้สนามบินและติดต่อกองทัพอากาศ ซึ่งหากไม่ตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็จะไม่มีช่องทางตรงนี้และอาจทำให้การฟื้นฟูสะดุดได้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ใช่ซุปเปอร์บอร์ดแต่เป็นเพียงมินิบอร์ด บอร์ดกระจอก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66989</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, นายวิษณุ  เครืองาม, บอร์ดกระจอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccf08f94fbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ยันไม่ห้ามนศ.เคลื่อนไหวยื่นแก้รธน.ได้​แต่งงไปช่วงนี้เหตุสภาฯปิดอยู่          </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มนักศึกษาหลายสถาบันรวมตัวกัน ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำเเพงเพชร ก่อนเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้มีการเเก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ว่า ไม่รู้ ตนพึ่งทราบ​ ก็สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ไม่มีปัญหาหากนักศึกษาเดินกันไปอย่างสงบเรียบร้อย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีการสั่งห้ามแต่อย่างใด แต่ต้องถามว่าเขาจะไปยื่นอะไร สภาฯ ก็ปิดอยู่ เขาจะให้เข้าหรือไม่ ก็ยังไม่รู้เลย&amp;quot;นายวิษณุ​ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59641</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายวิษณุ  เครืองาม, แฟลซม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e6086c23660f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;วิษณุ&#039;เยี่ยมศูนย์ฯโควิด-19แจงยิบการดำเนินงานบูรณาการและประสานทุกภาคส่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6มี.ค.63-เมื่อเวลา 10.00 น.​ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) สำนักนายกรัฐมนตรี ที่บริเวณตึกนารีสโมสร ว่า ได้กำชับ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ว่า เนื่องจากมีประเด็นที่จะต้องแถลงเพิ่มเติมจากทีมแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะในเรื่องข้อกฎหมาย กรณีการจะต้องกักกันตัวเป็นเวลา 14 วัน ถือเป็นข้อบังคับหรือไม่ และหากใครฝ่าฝืน ไม่เข้าสู่การกักกันตัวแล้วจะต้องถูกดำเนินการอย่างไร รวมถึงเรื่องการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย และตอนนี้ยังมีประเด็นเพิ่มเติมเข้ามาคือเรื่องเจลล้างมือ&amp;nbsp; แอลกอฮอล์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับปากกับนายวิษณุว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ การหารือในที่ประชุมของศูนย์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า การตรวจเยี่ยมศูนย์ฯ เนื่องจากตนต้องมีส่วนเข้ามารับทราบในฐานะกำกับดูแลงานสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้​ ศูนย์ดังกล่าวถือเป็นเอกเทศ มีการดำเนินงานของตัวเอง​ แต่ต้องบูรณาการงานกับหน่วยงานต่างๆ ประสานข้อมูลจากทุกภาคส่วน อีกทั้งยังทำหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียน เช่น​ การพบการขายหน้ากากอนามัยราคาแพง, ผลกระทบต่อบรรดาผู้ค้าต่างๆที่ต้องการให้เจ้าของอาคารสถานที่ลดค่าเช่า ซึ่งเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วทางศูนย์ฯจะนัด ผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆมาเจรจาแก้ไขปัญหาเพื่อให้ได้ข้อยุติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ศูนย์ฯยังทำหน้าที่ รายงานให้รัฐบาลทราบ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชี้แจงเมื่อเกิดกรณีข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ถึงแม้ว่าข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับโรค COVID-19 จะมีไม่มาก แต่รัฐบาลก็ต้องรีบชี้แจงโดยเร็ว เพราะหากประชาชนไปหลงเชื่อข่าวปลอมจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ผิดพลาด ดังนั้นเรื่องแบบนี้จึงต้องรีบชี้แจงโดยเร็ว​ ขณะเดียวกันยังมีศูนย์แถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะแถลงถึงเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ และสถิติต่างๆที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม​ ศูนย์ฯที่ทำเนียบรัฐบาลจะทำหน้าที่เชื่อมโยงประสานงานข้อมูลกับฝ่ายต่างประเทศด้วย ทุกกระทรวง เข้ามาดูแลในทุกมิติตามที่ปรากฏในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ เป็นศูนย์ใหญ่หรือเป็นวอร์รูมของรัฐบาลไปแล้ว จากก่อนหน้านี้จะอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข​ ซึ่งทำได้ในมิติของการแพทย์ ขณะเดียวกัน​ กระทรวงสาธารณสุขยังต้องทำหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19&amp;nbsp; ดังนั้น​ ถ้าใครไปถามเรื่องอื่น​ เช่น​ ซื้อหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ เจลล้างมือ​ ได้ที่ไหนเขาคงตอบไม่ถูก เพราะตอนนี้กำลังมีปัญหาเรื่องขาดแคลน ซึ่งโรงงานที่ผลิตสินค้าต่างๆเหล่านี้กำลังเร่งผลิตให้ได้ปริมาณมากขึ้น อย่างไรก็ตาม​ ถ้าประชาชนร้องเรียนเรื่องดังกล่าวทางศูนย์ฯก็สามารถให้คำแนะนำสถานที่จัดจำหน่ายให้ได้แต่คงไม่ใช่การนำเอาของมาแจกหรือจำหน่ายที่นี่&amp;quot;นายวิษณุ​ กล่าว
​
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ภ​ายหลังจากการแถลงข่าวของศูนย์ฯ ทุกวันเมื่อเสร็จแล้วจะดำเนินการรายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในทันที แล้วนายกรัฐมนตรีอาจจะมีข้อสั่งการใดลงมา แต่ถ้าเกิดกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่สำคัญมากนายกรัฐมนตรีอาจจะลงมาแถลงข่าวด้วยตัวเองที่ศูนย์ฯนี้ หรืออาจจะเป็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่อาจจะมาแถลงข่าวก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59021</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์, นายวิษณุ  เครืองาม, พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ศูนย์โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e61d49481e9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปกันใหญ่ ส.ส.เพื่อไทย อ้างกดบัตรแทนกัน ส่งผล กก.บห. มีความผิดด้วยต้องตัดสิทธิ์20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ม.ค.63-นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสียบบัตรลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 แทนกันของสมาชิกพรรคภูมิใจไทย จนอาจทำให้การประกาศใช้พ.ร.บ.งบฯ ล่าช้าออกไปว่า ขอให้แยกออกเป็นสองเรื่อง คือ เคยมีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกเมื่อปี 2556 อีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นประเด็นที่จะต้องนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ผลการวินิจฉัยในอดีตไม่ได้เป็นบรรทัดฐาน 100% ต่อคดีในปัจจุบันทุกกรณี เว้นแต่ศาลจะมองว่าเป็นรูปแบบเดียวกัน เพราะบางเรื่องกฎหมายก็ต่างกัน การให้ความเห็นทางกฎหมายของนายวิษณุ เป็นการให้ความเห็นที่ขาดหลักเกณฑ์ทางกฎหมายรองรับ คนเป็นนักกฎหมายอย่าไปรับรองในเรื่องที่ยังไม่รู้จริง สิ่งที่ยังไม่เห็นจริง การพูดของนายวิษณุ&amp;nbsp; ถือว่าเป็นการชี้นำ เพราะทุกครั้งที่นายวิษณุพูดการตัดสินขององค์กรอิสระมักจะออกมาในทิศทางเดียวกันกับที่นายวิษณุเคยให้ความเห็นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่มีกฎหมายแล้วหรือถึงเอาความของคนคนเดียวทำทุกอย่างได้ แบบนี้อาจส่งผลให้สังคมเกิดความปั่นป่วนได้ การให้ความเห็นของนายวิษณุทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลงไป ไม่เหลือความน่าเชื่อถือแล้ว ขอแนะนำให้นายวิษณุหยุดพูด ไม่มีประโยชน์เพราะไม่มีใครเชื่อถือนายวิษณุอีกแล้ว คนอย่างนายวิษณุ ดีกรีระดับศาสตราจารย์ไม่รู้จะบอกอย่างไร นายวิษณุคงสับสนเพราะต้องช่วยเหลือรัฐบาลจนไม่สนใจหลักกฎหมายแล้ว ส่งผลให้ทุกอย่างเพี้ยนไปหมด มาอ้างคนละกรณีกับสมัยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยมีการกล่าวหามีการเสียบบัตรแทนกัน และนำไปสู่การพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญจนพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินว่ากระบวนการในการออกพระราชบัญญัติไม่ชอบด้วยกฎหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีนี้ก็ไม่ต่างกันเพราะไม่ว่าจะกรณีไหนหากพบความผิดก็ต้องตรวจสอบ ต้องมีการสอบสวน กรณีพรรคเพื่อไทยถูกฟ้อง 4 คน ยกฟ้องไป 3 คน ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการนี้หมดไม่เข้าใจว่านายวิษณุไปแอ่นอกรับผิดชอบทำไม เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นกรณีเดียวกัน ข้อกฎหมายเดียวกัน&amp;nbsp; และในรัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่าการกระทำของส.ส.พรรคจะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคมีความผิดเช่นเดียวกัน หากสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริงกรรมการบริหารพรรคการเมืองต้องรับโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปี เพราะกดบัตรแทนกันไม่ว่ากรณีไหนก็คือความผิดเช่นเดียวกันไม่มีข้อยกเว้น&amp;rdquo;นายสมคิดกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55383</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ  เครืองาม, พ.ร.บ.งบประมาณ 63, ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน, สมคิด เชื้อคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df24a678d10e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;คาดพ.ร.บ.งบประมาณปี63มีผลบังคับใช้เดือนก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีเวลา 20 วัน โดย ส.ว.นัดกันแล้วว่า จะประชุมในวันที่ 20 ม.ค.และคงใช้เวลาพิจารณาเพียงวันเดียว เพราะ ส.ว.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาคู่ขนานมากับสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้ง ส.ว.ไม่สามารถแก้ร่าง พ.ร.บ.ได้ ทำได้เพียงมีข้อสังเกตมายังรัฐบาล เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วจะส่งมายังรัฐบาล และนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ภายใน 7 วัน คือ ภายในเดือน ม.ค. คาดว่าจะทรงกรุณาโปรดเกล้าฯภายในเดือน ก.พ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต่างมีข้อสังเกตมายังรัฐบาลได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะนำมาปรับใช้อย่างไร ซึ่งข้อสังเกตต่างๆ จะดูสำหรับการปรับใช้ในงบประมาณปี 2563 และเตรียมทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่เข้าสภาฯใน 2 เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54425</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ  เครืองาม, พ.ร.บ.งบประมาณ 63, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1bfeb22a9f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้&#039;ศรีนวล&#039;พ้นพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่มติไล่ออกมีผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีน.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรณีพรรคอนาคตใหม่มีมติให้ขับพ้นจากการเป็น ส.ส. แต่ไม่ได้ทำหนังสือพ้นสมาชิกภาพเป็นลายลักษณ์อักษร ว่า ตนนึกไม่ออกว่าทำไมพรรคอนาคตใหม่จึงไม่เซ็นให้เขา เว้นแต่มติยังไม่สมบูรณ์ แต่เอาเป็นว่าเมื่อมีมติไล่ออกมีผล กรุณาไปหาพรรคใหม่ภายในเวลาที่กำหนด ส่วนจะมีผลเมื่อไรตนตอบไม่ถูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบเวลา 30 วันที่ต้องหาสังกัดใหม่ นับตั้งแต่พรรคมีมติ หรือหัวหน้าพรรคเซ็นหนังสือไล่ออก นายวิษณุ กล่าวว่า นับตั้งแต่มีผล ส่วนตัวมองว่าน่าจะมีผลตั้งแต่วันมีมติ หากมีการเซ็นให้ออกในภายหลังก็ต้องย้อนไปให้มีผลในวันมีมติ และโดยหลักการน.ส.ศรีนวลสามารถหาพรรคใหม่ได้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ปัญหาคือ น.ส.ศรีนวลรู้ได้อย่างไรว่าพรรคไล่ออก จะบอกว่าอ่านทางสื่อไม่ได้ ต้องมีการแจ้งให้เจ้าตัวรับทราบ ตอนนี้หาก น.ส.ศรีนวลจะไปหาพรรคใหม่เป็นการภายในนั้นไม่เป็นไร แต่ไปสมัครก่อนไม่ได้ เพราะอาจจะกลายเป็นสมาชิกสองพรรค&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54423</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ศรีนวล  บุญลือ, นายวิษณุ  เครืองาม, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbbf79b275ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ลั่นไม่จำเป็นตั้งกมธ.ศึกษาผลกระทบม.44 ยกคำนายกฯชวนหน้าที่พรรคร่วมรบ.รักษาองค์ประชุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29พ.ย.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่บรรจุไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ต้องเร่งดำเนินการภายใน 1 ปีใช่หรือไม่ ว่า เขาจะตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอยู่แล้ว ส่วนจะเสร็จหรือไม่เสร็จนั้นตนไม่ทราบ เพราะเมื่อเสร็จจาก กมธ.แล้ว ยังต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งเมื่อเริ่มศึกษาถือว่าได้ดำเนินการตามกรอบ 1 ปีแล้ว และที่จริงการศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญควรจะทำก่อนหน้านี้สักพักหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากมีเรื่องต่างๆ ที่ด่วนกว่า เช่น เรื่องปากท้อง เลยยาวออกมา ส่วนเวลาที่เหมาะสมสำหรับลงมือแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่รู้ว่าเขาจะแก้อะไร จึงไม่สามารถระบุได้ เพราะแต่ละคนพูดกันมาคนละเรื่องสองเรื่อง ให้รัฐบาลคิดอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่คนอื่นเสนอมา เรื่องนี้คงต้องไปคุยกันใน กมธ.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สภาฯอยู่ระหว่างการพิจารณาญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจตามมาตรา 44 อยู่ จะสามารถนำญัตติแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาพิจารณาก่อนได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ให้เสร็จไปเป็นเรื่องๆ หากข้ามญัตติเก่าจะตกไปทันทีตามข้อบังคับ ซึ่ง ส.ส.ต้องไปคุยกัน
เมื่อถามว่า การที่สภาฯล่มสองวันติดต่อกัน จะกลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบ แต่นายชวน หลีกภัย สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยระบุว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยหน้าที่รักษาองค์ประชุมให้ครบเป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านจะเดินออกเดินเข้าถือเป็นสิทธิของเขา
ถามว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแล้วจะต้องแสดงความรับผิดชอบอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่เรื่อง ถ้าเรื่องใหญ่ต้องรับผิดชอบ ถ้าเรื่องธรรมดาปกติเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปรับผิดชอบอะไรมากกว่านี้ เช่น การเสนอกฎหมายถือเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ แต่ครั้งนี้เป็นญัตติธรรมดา อีกทั้งเป็นญัตติฝ่ายค้านด้วย และตอนนี้คำสั่งและประกาศตามมาตรา 44 เหลือไม่กี่ฉบับ ความเห็นที่ไม่ควรตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา เพราะสามารถส่งไปยัง กมธ.สามัญชุดต่างๆ ได้ และน่าจะดีกว่า เพราะมันจะลึกกว่าการเข้า กมธ.วิสามัญเพียงชุดเดียว
เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.ชุดนี้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;ldquo;ครับ คือผมมองว่าไม่จำเป็น&amp;rdquo; และความเห็นของตนไม่เกี่ยวกับการจะเรียกนายกฯหรือใครไปชี้แจง เพราะชุดไหนก็เรียกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51389</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาผลกระทบมาตรา 44, กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายวิษณุ  เครืองาม, สภาล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d849e921aa77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
